วิธีการตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์ปลอม
หลักและวิธีการตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์ปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูเงินจากสำนักบริหารเงินตราเป็นผู้ทำการตรวจพิสูจน์โดยมีหลักดังนี้
1. ตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536 กำหนดไว้ว่า" มาตรา 10 ให้กระทรวงการคลังจัดทำและนำออกใช้ซึ่งเหรียญกษาปณ์
เหรียญกษาปณ์ตามวรรคหนึ่ง แต่ละชนิด ราคา ที่นำออกใช้ให้มีได้เพียงขนาดเดียว และจะมีขนาดเท่ากับเหรียญกษาปณ์ชนิด ราคา อื่นไม่ได้ เว้นแต่กรณีการจัดทำและนำออกใช้เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกหรือเหรียญกษาปณ์ที่ใช้แทนเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืนชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ (ถ้ามี) ของเหรียญกษาปณ์รวมทั้งอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดให้กำหนดโดยกฏกระทรวง" 2. ดังนั้นในการผลิตเหรียญกษาปณ์ทุกครั้ง กระทรวงการคลังจะออกกฏหมายโดยกำหนดชนิดราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ (ถ้ามี) สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อกำหนดในเบื้องต้นให้ทราบว่าลักษณะเหรียญกษาปณ์ที่ดีเป็นอย่างไร 3. เมื่อทราบลักษณะของเหรียญกษาปณ์ดังกล่าวแล้ว ก็สามารถนำมาเปรียบเทียบกับเหรียญปลอมในเบื้องต้นโดยดูได้จาก3.1 ชนิดของโลหะและส่วนผสมของโลหะ ถ้าเป็นเหรียญดีสีของเหรียญจะมีลักษณะเดียวและเสมอกันทุกเหรียญ ส่วนเหรียญปลอมจะมีสีแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน ในด้านของเสียงจะมีความใกล้เคียงกัน เสียงของเหรียญดีจะดังกังวาลในเนื้อโลหะและส่วนผสมที่กำหนดในกฏกระทรวง ส่วนเสียงของเหรียญปลอมจะไม่แน่นอนแล้วแต่เนื้อโลหะที่ใช้ผสม3.2 ลวดลายและตัวอักษรของเหรียญดีจะคมชัดและเสมอกันทุกเหรียญ ลวดลายและตัวอักษรบนเหรียญปลอมไม่คมชัด ลักษณะหนาบางของเหรียญไม่เสมอกันตลอด เฟื่องจักรของขอบเหรียญ เหรียญดีจะห่างและรอยลึกเสมอเท่ากัน ส่วนเหรียญปลอมหยาบห่างและรอยลึกไม่เสมอกัน3.3 เหรียญดีจะมีขนาดน้ำหนักของเหรียญเท่ากันทุกเหรียญ โดยมีอัตราเผื่อเหลือ เผื่อขาดตามที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง ส่วนเหรียญปลอมขนาดและน้ำหนักอาจจะไม่เท่ากันทุกเหรียญ 4. อย่างไรก็ตามความเข้าใจถึงลักษณะของเหรียญตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถพอที่จะสรุปได้ว่าเป็นเหรียญดีหรือเหรียญปลอม ทั้งนี้จะต้องอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญสังเกตุและวิเคราะห์ในระหว่างการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดูเงิน ส่วนรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์อีกด้วย เนื่องจากผู้กระทำความผิดบางรายสามารถผลิตเหรียญกษาปณ์ปลอมที่มีลักษณะคล้ายหรือใกล้เคียงกับเหรียญกษาปณ์ที่นำออกใช้มาก จนบางครั้งไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ช่วย จึงจะสรุปได้บนหลักการแห่งความแตกต่างของอัตราเนื้อโลหะส่วนผสม ตลอดจนน้ำหนักและลวดลายบนตัวเหรียญ เป็นต้น แต่เนื่องจากการผลิตเหรียญกษาปณ์ปลอมแต่ละครั้ง แต่ละรุ่น จะแตกต่างกันออกไปในข้อปลีกย่อย ดังนี้น จึงไม่ควรจดจำลักษณะของเหรียญกษาปณ์ปลอมอย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นการตายตัว
| เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล | เหรียญปลอม |
| 1. ผลิตโดยรัฐบาล (กระทรวงการคลังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มอบหมายให้ กรมธนารักษ์เป็นผู้ผลิต) | - เป็นการผลิต โดยลอกเลียนแบบเหรียญกษาปณ์ของ รัฐบาล เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็น เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล |
| 2. มีการกำหนดชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด ลวดลาย และ ลักษณะอื่น ๆ (ถ้ามี) ของเหรียญกษาปณ์ รวมทั้งอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ในกฎกระทรวง | - ไม่ได้กำหนดชนิด โลหะ อัตราเนื้อโลหะ ขนาด ลวดลาย และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด |
| 3. เหรียญกษาปณ์ในชนิดราคาเดียวกันจะมีขนาด น้ำหนัก ลวดลาย และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นมาตรฐานเท่ากันทุก ๆ เหรียญ | - เหรียญในราคาเดียวกันจะมีชนิดของโลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนักและขนาดที่แตกต่างกัน บางรุ่นน้ำหนักมากกว่า บางรุ่นน้อยกว่าเหรียญของรัฐบาล |
| 4. สีของเหรียญกษาปณ์จะมีลักษณะเดียวและเสมอกันทุกเหรียญของชนิดราคานั้น ๆ | - สีของเหรียญในชนิดราคาเดียวกันจะแตกต่างกันตามแต่เนื้อโลหะ ที่ใช้ผสม ในการหลอมทำเหรียญแต่ละครั้งและสีมักจะหมองคล้ำ |
| 5. ลวดลายและตัวอักษรบนเหรียญกษาปณ์ จะเด่นคม สวยงาม ชัดเจน เสมอกันทุกเหรียญ | - ลวดลายและตัวอักษรไม่เด่นคม มีลักษณะเบลอไม่ชัดเจนบางเหรียญลวดลายและตัวอักษรจะลบเลือน |
| 6. พื้นผิวของเหรียญฯ เรียบ ลวดลายละเอียด กลมกลืน ตัวหนังสือคมชัด | - พื้นผิวของเหรียญหยาบ ลวดลายขาดความคมชัดและความกลมกลืน มองเห็นความแตกต่างชัดเจน บางส่วนของลวดลายลบเลือน |
| 7. สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 1 สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 5 บาท 5, 10, 25, 50 สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 10 บาท 1 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท 5 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท 10 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท | - ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ผลิต จำหน่าย หรือนำออกใช้ มีความผิดตามมาตรา 9 และ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 มาตรา 9 ห้ามมิให้ผู้ใดทำ จำหน่าย ใช้ หรือ นำออกใช้ ซึ่งวัตถุหรือเครื่องหมายใด ๆ แทนเงินตรา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง มาตรา 35 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 9 ต้องระว่างโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลและเหรียญกษาปณ์ปลอม ชนิดราคา 10 บาท
| เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล | เหรียญปลอม |
| ลวดลายด้านหน้า - พระพักตร์และลายฉลองพระองค์ ลวดลาย นุ่มนวล กลมกลืน - ตัวหนังสือชัดเจน - พื้นผิวของเหรียญเรียบ เนียน ไม่ขรุขระ - มีเส้นแบ่งระหว่างเนื้อโลหะยกขึ้น เป็นขอบมองเห็นได้ชัดเจนด้านหลัง- บนท้องฟ้ามีเมฆ ลวดลาย นุ่มนวล กลมกลืน - ลวดลายชัดเจน ละเอียด - ยอดพระปรางค์อยู่ระหว่างอักษรเบล | ลวดลายด้านหน้านหน้าด้านหน้า - พระพักตร์และลายฉลองพระองค์ เป็นเส้นหยาบ - ตัวหนังสือไม่ชัดเจน - พื้นผิวของเหรียญขรุขระเป็นรอย กัดกร่อน - พระรูปสูงกว่าของจริง ไม่มีเส้นแบ่ง ระหว่างเนื้อโลหะทั้งสองด้านหลัง - บนท้องฟ้าไม่มีเมฆ ลวดลายเป็น |
| เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล | เหรียญปลอม |
| ลวดลายด้านหน้า - พระพักตร์และลายฉลองพระองค์ ลวดลาย นุ่มนวล กลมกลืน - ตัวหนังสือชัดเจน - พื้นผิวของเหรียญเรียบ เนียน ไม่ขรุขระ - มีเส้นแบ่งระหว่างเนื้อโลหะยกขึ้น เป็นขอบมองเห็นได้ชัดเจนด้านหลัง- บนท้องฟ้ามีเมฆ ลวดลาย นุ่มนวล กลมกลืน - ลวดลายชัดเจน ละเอียด - ยอดพระปรางค์อยู่ระหว่างอักษรเบล |
- บนท้องฟ้าไม่มีเมฆ ลวดลายเป็น |
ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลและเหรียญกษาปณ์ปลอม ชนิดราคา 5 บาท พ.ศ. 2530
| เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล | เหรียญปลอม |
พื้นผิวและเนื้อโลหะลวดลาย | ลวดลาย - พระบรมฉายาลักษณ์ไม่คมชัด - รูปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ลวดลายหยาบบางเส้นขาดหาย และบางส่วนไม่คมชัด
|
ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลและเหรียญกษาปณ์ปลอม ชนิดราคา 5 บาท พ.ศ. 2531
| เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล | เหรียญปลอม |
พื้นผิวและเนื้อโลหะลวดลาย ลวดลาย- เด่นคม ชัดเจนมีความละเอียด เฟื่องจักร - วงขอบหยาบ ห่างเสมอกันและรอย เสียง - ดังกังวาล สี - ขาวเป็นเงา | ลวดลาย - พระบรมฉายาลักษณ์ไม่คมชัดและไม่ชัดเจน ด้านหลัง - พระอุโบสถวัดเบญจเลอะเลือนไม่ชัดเจน |
ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลและเหรียญกษาปณ์ปลอม ชนิดราคา 1 บาท
| เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล | เหรียญปลอม |
พื้นผิวเหรียญ เฟื่องจักร - เรียบห่างเสมอกันและรอยลึกเสมอกัน สี - ขาวเป็นเงา | ด้านหน้าด้านหน้า ด้านหลัง - ยอดเจดีย์ใหญ่และรอบฐานไม่ชัดเจน |
หลักเกณฑ์การรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์ชำรุด ลักษณะของเหรียญกษาปณ์ชำรุด
ตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 12 และมาตรา 13 ได้บัญญัติเกี่ยวกับลักษณะและหลักเกณฑ์รับแลกไว้โดยสังเขปดังนี้
เหรียญกษาปณ์ชำรุดเป็นเหรียญที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ลักษณะของเหรียญกษาปณ์ชำรุด แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ
| ลักษณะเหรียญกษาปณ์ชำรุด ม.12 | หลักเกณฑ์การรับแลกเปลี่ยน ม.13 |
| 1. ชำรุดที่เกิดจากการใช้ โดยธรรมดา สึกกร่อน ไปตามธรรมชาติจนน้ำหนักลดลงเกินกว่า สองเท่า ครึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด | - รับแลกเปลี่ยนได้ เต็มราคาตามราคาหน้าเหรียญ |
| 2. ชำรุดที่เกิดจากการถูกกระทำ เช่น เหรียญที่ถูกตัด ถูกตอก ถูกตีหรือถูกกระทำด้วยประกาดใด ๆ ให้บุบสลายหรือชำรุดจนเสียรูป หรือลวดลาย ลบเลือน หรือทำให้น้ำหนักลดลง ไม่ว่าโดยเหตุใด ที่ปรากฏโดยชัดแจ้ง | - รับแลกเปลี่ยนได้ครึ่งราคาของเหรียญกษาปณ์นั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 128 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราช บัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 คือ หากเหรียญกษาปณ์ชำรุดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ (1 - 3) ไม่รับแลกเปลี่ยน |
| 3. เหรียญกษาปณ์ชำรุดที่เป็นทองคำ เหรียญเงิน หรือ เหรียญกษาปณ์ขัดเงา | - ไม่รับแลกแลกเปลี่ยน |
ลักษณะเหรียญกษาปณ์ชำรุดตามข้อ (2) ที่นำมาแลกเปลี่ยนครึ่งราคาตามหลักเกณฑ์ เมื่อคำนวณ มูลค่าแล้วต้องสามารถแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตร หรือ เหรียญกษาปณ์อื่นใดเป็นจำนวนเงินอย่างน้อยยี่สิบห้าสตางค์ คือ เหรียญกษาปณ์ที่ขอแลกคืนครึ่งราคาต่ำสุดคือราคาห้าสิบสตางค์


































































